วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

โรงแรมปลอดบุหรี่ สถานที่พักนักเที่ยวรักสุขภาพ โรงแรมปลอดบุหรี่ สถานที่พักนักเที่ยวรักสุขภาพ

โรงแรมปลอดบุหรี่ สถานที่พักนักเที่ยวรักสุขภาพ "การท่องเที่ยว พักผ่อน จะยิ่งพิเศษและมีความสุขมากขึ้นถ้าได้อยู่ในโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ" แล้วแบบไหน คือ โรงแรมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ "โครงการโรงแรมปลอดบุหรี่ (Smoke-Free Hotel)" เป็นจุดเริ่มต้น ที่ขยายไปสู่การทำมาตรฐานของโรงแรมสร้างเสริมสุขภาพ ที่ประกอบไปด้วยมาตรฐาน 9 อย่าง คือ 1.โรงแรมปลอดบุหรี่ 2.สปาและการนวดสร้างเสริมสุขภาพ 3.สถานที่ออกกำลังกายและสระว่ายน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้ง 4.พนักงานทำความ สะอาด 5.ครัวและห้องอาหาร 6.รายการอาหารเพื่อสุขภาพ 7.งานวิศว กรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างเสริมสุขภาพ 8.การจัดประชุมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ 9.รายการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันโรงแรมปลอดบุหรี่มีทั้งหมด 570 แห่ง ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการด้วย มูลนิธิใบไม้เขียว ภายใต้การสนับสนุนจากสำนัก งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งมีโรงแรมที่ได้รับดาวเงิน จำนวน 35 แห่ง คือ สามารถจัดห้องพักปลอดบุหรี่ได้ถึงร้อยละ 65-75 ของห้องพักทั้งหมด ระดับดาวทองจำนวน 372 แห่ง คือ มีพื้นที่ห้องพักปลอดบุหรี่มากกว่าร้อยละ 75-100 จากผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต่อทัศนคติของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้าพักในโรงแรมระดับ 3-4 ดาว จำนวน 5,550 คน ในโรงแรม 25 แห่ง อาทิ กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา กระบี่ พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 90 มีทัศนะว่าควันบุหรี่มีผลต่อสุขภาพของคนรอบข้าง ร้อยละ 92 ต้องการพักห้องที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจในสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าทั้งในห้องพัก และห้องอาหาร ส่วนมากคนต้องการให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ ขณะนี้กฎหมายเพื่อคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ ที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข กำหนดสถานที่ปลอดบุหรี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนโดยรวม ซึ่งบริเวณพื้นที่ของโรงแรม รีสอร์ต หรือสถานที่ตากอากาศ ก็กำหนดให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่เช่นกัน ท.พ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า การที่มีโรงแรมเข้าร่วมโครงการโรงแรมปลอดบุหรี่มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งโรงแรมที่เข้าร่วม 570 แห่ง และยังมีโรงแรมรุ่นใหม่ๆ ที่ทยอยเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับรางวัลแบบเกียรติบัตรถึง 163 แห่ง ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นที่ดีของสังคมไทยที่จะสร้างชื่อเสียงให้ปรากฏต่อสายตานักท่องเที่ยวว่าเมืองไทยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาบุหรี่ ศ.เกียรติคุณ น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่คนเราเลิกบุหรี่ก็เท่ากับต่อลมหายใจตัวเองและคนรอบข้างให้ยาวนาน ปราศจากโรค และเพื่อลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่ให้อากาศบริสุทธิ์เสมอมา ซึ่งแน่นอนว่าหากสังคมไทยทำได้ ก็ย่อมโชว์ภาพลักษณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เช่นกัน โรงแรมที่จะเข้าร่วมโครงการ "โรงแรมสร้างเสริมสุขภาพ" จะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น คือ ต้องผ่านการเข้าร่วมโครงการโรงแรมปลอดบุหรี่ในระดับต่างๆ ได้โดยมีเนื้อหาคือ จัดให้มีพื้นที่ปรับอากาศสาธารณะ เป็นพื้นที่ไม่สูบบุหรี่ และติดป้าย ห้ามสูบบุหรี่ ให้เห็นชัดเจน เพื่อสามารถปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้งมีการแจ้งให้ผู้ที่มาใช้บริการว่า มีห้องปลอดบุหรี่ให้เลือกได้ตามความต้องการ ก่อนที่จะขยายไปทำตามมาตรฐานทั้ง 9 ข้อ ซึ่งล้วนแต่ทำให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาพ สำหรับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการก็มีการแจกรางวัลเพื่อเป็นกำลังใจและเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้ดำเนินธุรกิจเข้าร่วมมากขึ้น ตัวอย่าง รีสอร์ตที่โดดเด่นในด้านความเข้มงวดของการปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบและกำหนดให้ห้องพักกลายเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่อย่างชัดเจน นายอุดม ศรีมหาโชตะ กรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ้านทะเลดาวหัวหิน รีสอร์ท ซึ่งได้รับรางวัลดาวทองอธิบายว่า ทางรีสอร์ตไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องพัก แต่จะจัดโซนสูบบุหรี่ไว้ข้างนอกละพยายามปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่น เพื่อจะได้มีอากาศที่บริสุทธิ์ เหตุผลที่ต้องดำเนินการเช่นนี้ เพราะในอดีตหากอนุญาตให้ผู้เข้าพักสูบบุหรี่ ภาระค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ก็มากไปด้วย เราลงทุนมากก็ต้องเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม คงไม่มีลูกค้ารายใดต้องการ นายโฮลเกอร์ โกรนินเกอร์ ผอ.ฝ่ายอาคาร สถานที สยามเบยŒชอร์รีสอร์ท พัทยา ในฐานะตัวแทนโรงแรมที่ได้รับรางวัลระดับดาวเงิน กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการรณรงค์ปลอดบุหรี่ นอกจากเรื่องการจัดโซนห้องพักที่แบ่งชัดเจนเป็นสองส่วนแล้ว เรื่องการกำชับพนักงานไม่ให้สูบก็สำคัญไม่ต่างกัน การรับพนักงานแต่ละครั้งนอกเหนือจากความสามารถแล้ว หากรายใดไม่มีประวัติการสูบบุหรี่จะพิจารณาเป็น ลำดับแรกๆ ส่วนในตัวลูกค้าเองแรกเข้าพักพนักงานบริการจะสอบถามก่อนว่า สูบบุหรี่หรือไม่ ถ้าสูบก็จะแนะนำห้องในโซนที่สูบบุหรี่ให้ เพื่อความสะดวกของลูกค้า นอกจากนี้ยังมีกระบวน การสอบถามผ่านการจองห้องพักออนไลน์ด้วย เพราะทางรีสอร์ตเห็นว่า เรื่องสุขภาพที่ดีต้องมาก่อน จึงเหมาะแก่ช่วงเวลาพักผ่อน นายวิสูตร เทศสมบูรณ์ ผู้จัดการกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ตในเครือซันเซ็ทกรุ๊ป กล่าวว่า โครง การนี้ถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง โรง แรมพร้อมจะร่วมมือเป็นส่วนหนึ่งเพื่อรณรงค์เขตปลอดบุหรี่ โดยปีนี้รู้สึกภูมิใจที่มีโรงแรมในเครือได้รับรางวัลถึง 2 แห่ง คาดว่าในปีต่อๆ ไปจะพยายามพัฒนาพื้นที่ของโรงแรมให้ปลอดบุหรี่ถึงร้อยละ 90 เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งต่อบุคคลและต่อสภาพแวดล้อม "อยากเชิญชวนให้โรงแรมทุกแห่งมาร่วมโครงการ เรื่องบุหรี่เป็นปัญหาเรื้อรัง คนในสังคมควรมีความผิดชอบ ซึ่งส่วนนี้เป็นหัวใจหลักในการกำชับพนักงานให้สูบบุหรี่ในพื้นที่ๆ ทางโรงแรมจัดให้เท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่ต้องต้อนรับลูกค้าบ่อยๆ และติดบุหรี่ก็ต้องกำชับเรื่องความสะอาด ของร่างกายและกลิ่นตัว" นายวิสูตร กล่าว หากเริ่มต้นจากการลดสิ่งที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างควันบุหรี่ได้ ก็จะนำไปสู่การเริ่มต้นสร้างเสริมสุขภาพด้านอื่นๆ ได้ ทั้งสิ่งแวดล้อมที่ดี อาหารดีๆ สถานที่ที่เหมาะกับการออกกำลังกาย ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนใดก็อยากเข้ามาใช้บริการ เพราะจะได้ทั้งความสุข และสุขภาพดีๆ กลับบ้าน ที่มาhttp://khaosod.myfri3nd.com/blog/2011/08/18/entry-7

12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน

ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=eyNGYpdcgRQ

12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน


12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน มุ่ง สร้างกระแสให้คนไทยให้รู้สึกตื่นตัวอยากลุกออกมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ทั้งนี้เพื่อช่วยเศรษฐกิจชาติ และ ส่งเสริมให้การท่องเที่ยวนั้นกลับมาคึกคักเหมือนที่เคยเป็นมา ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของคนไทยต้องไปสัมผัสด้วยสายตาของตัวเอง โดยนำเรื่องของเวลาเข้ามาเป็นจุดกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว เพราะถ้าในปีนั้นๆใครพลาดแล้ว ก็ถือว่าจะพลาดเลย



แนวความ12 เดือน 24 ความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่า น่าดูที่สุด สวยที่สุดในแต่ละเดือน

         7 ดาว 7 ความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุด น่าเที่ยวที่สุดในยามค่ำคืน

         9 ตะวัน 9 ความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวยามกลางวันที่จะงดงามที่สุดเมื่อถูกอาบด้วยแสงตะวัน

12 เดือน….
คิด คือ มองว่าเราจะสามารถสัมผัสกับสุดยอดมุมมองของการท่องเที่ยว เฉพาะเมื่อเราได้ไปอยู่ในตำแหน่งและ ในช่วงเวลาที่ถูกต้องเท่านั้น เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาของการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ที่สุด สวยงามมากที่สุด ดังนั้นการที่เราได้รู้ว่าช่วงเวลาไหนควรไปที่ใด จุดไหนที่ต้องไป และเรียนรู้การท่องเที่ยวแบบถูกต้องก็จะยิ่งทำให้เราได้ชื่นชม และ ใช้เวลาในการออกไปท่องเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า คุ้มเวลา และสมบูรณ์มากที่สุด จากแนวความคิดนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน

 12 เดือน 24 ความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่า น่าดูที่สุด สวยที่สุดในแต่ละเดือน

         7 ดาว 7 ความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุด น่าเที่ยวที่สุดในยามค่ำคืน

         9 ตะวัน 9 ความมหัศจรรย์ของแหล่งท่องเที่ยวยามกลางวันที่จะงดงามที่สุดเมื่อถูกอาบด้วยแสงตะวัน

12 เดือน….

ที่มาhttp://www.anubansatit.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538922803&Ntype=8

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

สุดยอดโรงแรมแนวสร้างสรรค์และเซ็กซี่


การออกแบบตกแต่งห้องพักของโรงแรม นับเป็นงานที่น่าสนุกสนานและท้าทาย มากกว่างานออกแบบที่พักอาศัยแบบอื่นๆ เพราะการออกแบบโรงแรม เป็นการออกแบบที่พักแบบชั่วคราว จึงมีโจทย์และแนวทางการออกแบบ แตกต่างไปจากการออกแบบที่พักอาศัยที่ถาวรเช่นบ้าน


โรงแรมต้องการสร้างจุดขายของตนเอง เพื่อให้โดดเด่นกว่าโรงแรมอื่นๆ และการเข้าพักของแขก ก็ชั่วครั้งชั่วคราว การออกแบบจึงแทบไม่มีข้อจำกัดเลยก็ว่าได้ จะให้ตื่นเต้น โลดโผน พิสดาร ยังไง พอได้เวลาปรับปรุง (ประมาณ 5-8 ปี) เขาก็เปลี่ยนใหม่หมดได้ เพราะใช้งานคุ้มค่าแล้ว ไม่เหมือนบ้านที่เราอยู่ ต้องอยู่ทุกวัน จะมาเปลี่ยนเรื่อยๆก็จนกันพอดี เรามาดูที่เขาออกแบบกันดีกว่า

ที่มา http://www.decorreport.com/a19385-%E0%B8%AA-%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%A3-%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%8B-%E0%B8%81%E0%B8%8B





เทรนด์ใหม่ “บูติค โฮเทล ลดโลกร้อน” แนวคิดเพื่อความยั่งยืน


ในช่วงระยะหลายปีมานี้ กระแสของ “บูติค โฮเทล” (Boutique Hotel) นับได้ว่ามาแรงเป็นอย่างยิ่ง และแนวโน้มความนิยมในปีนี้ก็คาดว่าน่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการที่มีโรงแรม หรือ รีสอร์ท ที่เรียกตัวเองว่าเป็น “บูติค โฮเทล” ผุดขึ้นมากมาย
     
       นอกจากนี้ในยุคที่โลกตื่นตัวกับสภาวะโลกร้อน ตื่นตัวกับกระแสอนุรักษ์ธรรมชาติ ทำให้ บูติค โฮเทลยุคใหม่มีการปรับตัวมาใส่ใจในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นับเป็นเทรนด์โรงแรมยุคใหม่ที่จะมาแรงในปีนี้และต่อไปในอนาคต
อะไรคือ “บูติค โฮเทล”
       เชื่อกันว่า บูติค โฮเทล เกิดขึ้นครั้งแรกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อันเนื่องมาจากความต้องการและไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ต้องการประสบการณ์และความประทับใจในการเข้าพักในโรงแรม นอกเหนือจากความหรูหรา สะดวกสบาย ที่มีอยู่ในโรงแรมทั่วๆ ไป เรียกได้ว่า บูติค โฮเทล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่ต้องการความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์
     
       บูติค โฮเทล จะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ที่ให้ความสำคัญในการตอบสนองความต้องการของนักเดินทางในแต่ละกลุ่ม และส่วนใหญ่จะมีการดีไซน์ การตกแต่ง หรือธีมในการสร้างโรงแรมที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อีกจุดหนึ่งก็คือ การใส่ใจในรายละเอียดของลูกค้าแต่ละคน เพราะเนื่องจากโรงแรมมีขนาดเล็ก จึงทำให้พนักงานมีความใกล้ชิดกับลูกค้าได้มากกว่าโรงแรมขนาดใหญ่
     
       ด้วยเหตุที่ต้องค้นหาตัวตนที่เป็นจุดเด่นของตัวเอง แต่ละโรงแรมจึงพยายามสรรหาบุคลิกของตัวเอง ให้แตกต่าง และโดดเด่นจากคู่แข่ง เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เลือกเข้ามาใช้บริการ
     
       และอีกหนึ่งกระแสที่มาแรงควบคู่กับบูติก โฮเทล ก็คือ โรงแรมอนุรักษ์ธรรมชาติ
   บูติค โฮเทล กับการอนุรักษ์ธรรมชาติ
       สมัยนี้ ไม่ว่าจะไปส่วนไหนของโลก ก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องโลกร้อน และการอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญและเข้าไปสอดแทรกกับแทบทุกเรื่องในชีวิต ซึ่งก็รวมไปถึงการเดินทางท่องเที่ยว และการเข้าพักโรงแรมด้วยเช่นกัน
     
       “กรีน โฮเทล” แนวคิดที่ควบคู่ไปกับการทำบูติคโฮเทล ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกให้กับแหล่งท่องเที่ยว และให้กับตัวโรงแรมเองด้วย
     
       โรงแรมส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเริ่มสนับสนุนให้แขกที่มาพักเก็บผ้าเช็ดตัวไว้ใช้ซ้ำโดยที่ไม่ต้องส่งซักทุกวัน หลายๆ โรงแรมก็เปลี่ยนมาใช้บัตรเพื่อเปิดระบบไฟฟ้าในห้องพัก และใช้หลอดประหยัดไฟในพื้นที่ส่วนกลาง โรงแรมจำนวนมากหันมาใช้กระดาษรีไซเคิล จำกัดการใช้พลาสติก ใช้ฝักบัวประหยัดน้ำ และใช้โปรแกรมชดเชยการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวคิด “กรีน โฮเทล”
ตั้งแต่ปี 2550 ก็เริ่มมีการจัดอันดับ “กรีน โฮเทล” ภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากอโกด้า และสำหรับปี 2553 ที่เพิ่งผ่านมา ก็ได้มีการจัดอันดับโรงแรมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยเช่นกัน โดยนอกเหนือจากจะเน้นในเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นหลักแล้ว ยังเน้นในเรื่องของการอนุรักษ์วัฒนธรรม และชุมชนอีกด้วย
     
ที่มา http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000184623