วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ท่องเที่ยวฯ จัดทำแผนรับมือAECเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

อีกไม่กี่ปีประเทศไทยก็จะเป็นประเทศหนึ่งที่ก้าวเข้าไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) ในปี 2558 โดยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จึงมีการเตรียมพร้อมในทุกด้าน สำหรับในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ล่าสุดได้จัดงานสัมมนาเรื่อง"อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกับการเป็น AEC-ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน *ความเป็นมาของอาเซียน
     หลังการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA : ASEAN Free Trade Area) บรรลุเป้าหมายในปี พ.ศ.2546 อาเซียนให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่องที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 เมื่อเดือนพฤสจิกายนพ.ศ.2545 ณ ประเทศกัมพูชาเห็นชอบให้อาเซียนกำหนดการดำเนินงาน เพื่อมุ่งไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
     ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ในปี พ.ศ.2546 ณ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ผู้นำออกแถลงการณ์ Bali Concord ll เห็นชอบให้มีการรวมตัวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี พ.ศ.2563 และให้เร่งรัดการรวมกลุ่มเพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการสำคัญ 11 สาขา (Priority Sectors) ต่อมาเพิ่มสาขาโลจิสติกส์อีกหนึ่งสาขา รวมเป็นทั้งหมด 12 สาขา และกำหนดประเทศผู้ประสานงานในแต่ละสาขา ดังนี้ พม่า สาขาผลิตภัณฑ์เกษตรและสาขาประมง, มาเลเซีย สาขาผลิตภัณฑ์ยางและสาขาสิ่งทอ, ฟิลิปปินส์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์, สิงคโปร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและสาขาสุขภาพ, ไทย สาขาการท่องเที่ยว (โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) และสาขาการบิน, เวียดนาม สาขาโลจิสติกส์
     สำหรับเป้าหมายการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาณเซบูว่าด้วยการเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายในปี พ.ศ.2558 (ค.ศ.2015) ซึ่งเร่งเร็วขึ้นมา 5 ปี (เดิมกำหนดไว้ในปี พ.ศ.2563) มีการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี เพื่อมุ่งให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวร่วมกัน
     ส่วนแผนดำเนินการ (Roadmap) ไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การค้าบริการ (การท่องเที่ยวรวมอยู่ในการค้าบริการ) ตั้งเป้าหมายการเจรจาเปิดเสรีการค้าบริการอย่างชัดเจน ให้เป็นไปอย่างเสรีมากขึ้น และพัฒนาระบบการยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements : MRAs) เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบวิชาชีพในสาขาบริการ รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนของอาเซียนไปยังประเทศที่สาม ไปยังประเทศที่สาม
ที่มา http://region4.prd.go.th/ewt_news.php?nid=15163&filename=index

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ชอปปิ้งและท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

 ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ (SANTORINI PARK CHA-AM) แหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ย่านหัวหิน-ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน "Amused Shopping Experience" หรือ "สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก" โดยมี นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ นั่งแท่นบริหาร ภายใต้คอนเซ็ปต์ค้าปลีกที่แตกต่าง บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันงดงามของเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ พร้อมสนุกไปกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่สั่งตรงจากต่างประเทศ ที่นี่จะมอบสีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก ให้คุณประทับใจมิรู้ลืม
นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กล่าวว่า หัวหิน-ชะอำ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งโครงการ "ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" จะเปิดประสบการณ์ใหม่ในรูปของแหล่งท่องเที่ยวที่มีคอนเซ็ปต์โดดเด่นและแตกต่าง และสามารถปลุกกระแสการท่องเที่ยวให้กับหัวหิน-ชะอำได้มากขึ้น ด้วยสถานที่ตั้งที่สะดวกในการเดินทาง บนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 190 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเศษ หรือจากหัวหินเพียง 20 นาที ก็จะได้สัมผัสการช้อปปิ้งที่มาพร้อมความสนุกในทุกย่างก้าว
โดยการรวมเอาร้านค้าชั้นนำ สินค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัว งานศิลปะ สวนสนุก และความร่มรื่นของต้นไม้เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการมาจากบรรยากาศสบายๆ ที่สวยงามของสถาปัตยกรรมสีฟ้าขาวบนเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ อีกทั้งต้นเฟื่องฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะก็ยังมีส่วนในการเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ดี รวมถึงกริมมิกต่างๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บนเกาะซานโตรินี เช่น ทางเดินลายก้อนหิน ที่จะแทรกตัวอยู่ทั่วทั้งโครงการ ผสานเข้ากับลูกเล่นหลากหลายที่เสริมเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ งานประติมากรรมที่ใช้สอยได้ เราจึงเชื่อว่าทุกมุมของ "ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" จะทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินไปกับการบันทึกภาพประทับใจอย่างมีความสุขในทุกบริเวณ
ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 60 ไร่ โดยแบ่งเป็น 5 โซนหลัก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว โซนที่เป็นไฮไลท์ คือ โซนวิลเลจ (Village) ซึ่งเราได้รวบรวมร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศ ทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอ็คเซสซอรี่ส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ อาร์ตแอนด์เดคคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใคร ซึ่งล้วนผ่านการเลือกเฟ้นมาทั้งสิ้น การเดินช้อปปิ้งในโซนนี้จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ซึ่งทุกร้าน ทุกแบรนด์ จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้ช้อป และ คาเฟ่ ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช้อปปิ้ง
อีกหนึ่งโซนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ โซนพาร์ค (Park) ที่ยกเอาสวนสนุกขนาดย่อมมาไว้บนพื้นที่สีเขียว เครื่องเล่นทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในแง่ความสนุก ความแปลกใหม่ และความปลอดภัย ทั้ง Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโครงการในมุม Bird's eye view อย่างจุใจ และยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมี Merry Go Round หรือ ม้าหมุน 2 ชั้น และ Ponycycles ม้าโยกสุดคลาสสิก ที่จะหมุนพาไปสู่สัมผัสแห่งเทพนิยาย สำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้น เราก็มีเครื่องเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น G-Max Reverse Bungee แคปซูลดีดขึ้นฟ้า และ G-Max Giant Swing นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ผู้นำด้านกิจกรรมแอดเวนเจอร์ Wallholla เครื่องเล่นปีนป่ายที่มีรางวัลการันตีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตัวแรกของเอเชีย รวมถึง XD Dark Ride เครื่องเล่น 7D สุดไฮเทคที่สั่งตรงจากประเทศแคนาดา และ 4DX Rider โรงภาพยนตร์สุดยอดประสบการณ์ 4 มิติ พิเศษสำหรับ Slider และ Water Ball เป็นความสนุกเพิ่มเติมที่เราจัดมาบริการ ฟรี!
อีก 3 โซนที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โซนอีเว้นท์ (Event) จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ทั้งกิจกรรมพิเศษ โชว์ต่างๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร หรือคอนเสิร์ตที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง และ 5,000 คนยืน ในส่วน โซนวีคเอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต (Weekend Art Market) ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนรักงานศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใครในบรรยากาศตลาดนัดในสวน ท้ายสุด เรายังจัดให้มี โซนเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการภายในพาร์ค และผู้ที่สัญจรจากจังหวัดทางภาคใต้มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ  เนื่องจากอาคารอยู่ติดถนนเพชรเกษมจึงสามารถรองรับลูกค้าได้ทั้ง 2 ด้าน ด้วยร้านอาหารที่รอพร้อมเสิร์ฟกว่า 10 ร้าน นั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบายๆ ทั้งยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านขายยา และปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่ายไว้บริการ จัดว่าเป็นโซนที่ให้บริการผู้เดินทางได้อย่างครบถ้วน
โครงการซานโตรินี พาร์ค ชะอำ เปิดทุกวัน วันจันทร์-พฤหัสบดี เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู
วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น. ค่าบัตรผ่านประตูเพียงท่านละ 50 บาท

การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่นับได้ว่าเป็นจุดหมาย ด้านการท่องเที่ยวของนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง จากลักษณะที่โดดเด่น ของประเทศซึ่งมีประวัติศาสตร์โบราณคดีอันเป็นอารยะ มีความหลากหลาย ทางชาติพันธุ์ มีความงดงามทางประเพณีวัฒนธรรม มีแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ แหล่งพันธุ์พืชและสัตว์ที่น่าสนใจ และที่เป็นส่วนสำคัญยิ่งคือ ประชาชนชาวไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารี เต็มไปด้วยมิตรไมตรี ทำให้ประเทศ ไทยมีศักยภาพสูงในพัฒนาการท่องเที่ยวได้ในหลากหลายมุมมองและ หลากหลายกระบวนการ      
สำหรับการพัฒนาการจัดการการท่องเที่ยวของประเทศไทยเพื่อมุ่ง ไปสู่รูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์นั้น ภารกิจการท่องเที่ยว สร้างสรรค์ขององค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืน (องค์การมหาชน) ได้เริ่มต้นขึ้น โดยในเบื้องต้นจะเป็นการนำเสนอ แนวคิดการจัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์แก่ชุมชน เกิดเป็นต้นแบบของแนว ทางการดำเนินงานด้านการพัฒนาท่องเที่ยว เพื่อหารูปแบบของการจัด การการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ การสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ พร้อมกับประเมินผลลัพธ์หรือประโยชน์ที่ผู้มีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนจะได้รับ ทั้งที่สามารถจับต้องได้ เช่น รายได้ และที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความสามัคคี ความหวงแหนในท้องถิ่น ตลอดจนศึกษาผลดีผลเสียในการพัฒนาการ ท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ต่อการพัฒนาชุมชนในประเทศไทย ที่ผ่านมา ชุมชนในประเทศไทยได้มีการนำแนวทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศหรือการ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมาเป็นแนวทางเพื่อการจัดการท่องเที่ยวชุมชน และใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแหล่ง ท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวสร้างสรรค์    
  การจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมจะเอื้อประโยชน์ต่อการ อนุรักษ์อย่างชัดเจน และเป็นกระบวนการสำคัญในการก่อเกิดจิตสำนึกร่วม กันในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในชุมชน ทั้งจากการร่วมคิด ร่วมทำ สร้างกระบวนการกลุ่ม เมื่อมีการจัดการอย่างเป็นระบบและประสบความ สำเร็จแล้ว ยังสามารถขยายผลไปในพื้นที่ข้างเคียงและพื้นที่อื่นๆ ได้ แหล่งท่องเที่ยวและชุมชนจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างเครือข่าย จนกลายเป็นพลังในการสร้างฐานความรู้สำหรับการ พัฒนาอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่า "การท่องเที่ยว สร้างสรรค์มีรากฐานจากชุมชนสร้างสรรค์ และต้องใช้ทุนทางสังคมต่าง ๆ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวสร้างสรรค์" (สว่างพงศ์, ๒๕๕๔)

ที่มา

เกาะล้าน



              เกาะล้านเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาช้านาน เพราะอยู่ใกล้กับพัทยามาก ตามเกาะมีหาดทรายขาวละเอียดและแนวปะการัง มีหลายหาด จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องการความสนุกสนานจากเครื่องเล่นนานาชนิด เจ็ทสกี เรือกล้วย กิจกรรมบนชายหาด หากเป็นฝรั่งก็นั่ง+นอน อาบแดดริมหาดกันเต็ม

  สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดำน้ำชมประการัง มีเกาะเล็ก ๆ ใกล้กับเกาะล้านให้ไปเที่ยวชมอีก 2 เกาะคือ เกาะครกและเกาะสาก ทั้งสองเกาะสามารถดำน้ำได้ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น นักท่องเที่ยวต้องเช่าเรือจากเกาะล้านหรือพัทยาใต้ไป โดยต้องจัดหาอุปกรณ์ดำน้ำไปเอง

สำหรับผมขี่มอเตอร์ไซท์บิดไปรอบหาด เห็นจะดีกว่า

 

   หาดที่ผมได้ไปสัมผัสมาภายใน ครึ่งวัน ที่ เกาะล้าน ได้แก่


  • หาดตาแหวน เป็นหาดที่เรือเร็วจะมาจอด และคนพลุกพล่านมากที่สุด


  • หาดแสม เป็นหาดทีมีกิจกรรมทางทะเล ทางเทศบาลจัดให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี


  • หาดเทียน เป็นหาดมีความคึกคักปานกลางอยู่อีกด้านของเกาะล้าน


  • หาดนวล เป็นหาดที่ยอดนิยมเก่าแก่ ชายหาดสั้นกว่าหาดอื่นๆ


  • หาดตายาย เป็นหาดขนาดเล็ก และเงียบสงบ ใกล้ท่าเรือเกาะล้าน


ที่พักบนเกาะล้าน


ผมใช้เวลา3-4 ชม.สำรวจที่พักบนเกาะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ติดหาด เป็นแบบกึ่งเกสท์เฮ้าสท์ ไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกใด หากใครคาดหวังจะพักบังกะโลบรรยากาศริมหาด ลืมไปได้เลย

ผมแนะนำ ที่พักหาดพัทยา จะดีกว่า พอตกเช้าก็เช่าเหมาเรือเร็วมาเที่ยวได้ทั้งวัน นั่งเรือประมาณ 40 นาที ราคาเหมาลำประมาณ 2500 บาท หาดเที่ยวรอบเกาะโดยเรือ จะต้องจ่ายเพิ่มอีกหน่อย (แล้วแต่ต่อรองกันเองครับ) หรือจะนั่งเรือสาธารณะที่ท่าเรือแถวพัทยาใต้ ก็ได้ ประหยัดดีแต่ช้าหน่อย พอเรือจอดแถวท่าเรือบนเกาะล้าน ควรเช่ามอเตอร์ไซท์ซ้อนสาวเที่ยว คงจะดีไม่น้อย จุดหลักๆ ที่อยากแนะนำ คือชายหาดต่างๆ ข้างต้น จุดชมวิวเกาะล้าน(อยู่แถวหาดแสม-หาดตาแหวน) เมือขี่รถผ่านจะมีป้ายบอก กิจกรรมบนเกาะอีกอย่างคือยิ่งปืน แต่ราคาต่อนัด แพงมั๊กมาก ตบท้ายบรรยากาศยามเย็นที่หาดตาแหวน อาหารทะเลที่นี่สดและถูกมาก ลองไปดูซิแล้วจะรู้... ข้อมูลโดย thai-tour.com

ที่มา : http://www.thai-tour.com/thai-tour/east/chonburi/data/place/pic_kohlarn.htm

ที่สุดของโรงในไทย..

โรงแรมเลอ บัว แอท สเตท ทาวเวอร์ - Sirocco




ภัตตาคาร Sirocco ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 63 ของเดอะโดม ถือเป็นจุดที่มีทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ




นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นร้านอาหารบนยอดตึกโรงแรมที่มีวิวสวยที่สุดแล้ว Sirocco ยังได้รับการยกย่องว่าเป็น 'Hot Tables' & 'Hot Night' โดย Conde Nast Traveler เมื่อปี ค.ศ. 2005 และได้รับการขนานนามว่าเป็นภัตตาคารแบบเปิดโล่งที่ “สูงที่สุดในโลก” อีกด้วย
ที่สำคัญ อาหารที่นี่ยังอร่อยและขึ้นชื่อ การันตีด้วยรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยม แถมดนตรีก็ไพเราะ เหมาะสำหรับท่านที่ชื่นชอบฟังเพลงแจ๊ส ส่วนเรื่องบรรยากาศนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ชนิดสวยตะลึงของกรุงเทพฯ และแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งในเวลาโพล้เพล้และยามค่ำคืน


ที่มา  http://news.edtguide.com/541_%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1-10-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3

ชมสวนกล้วยไม้

ไอยเรศ
กล้วยไม้ไทยพันธ์แท้และลูกผสมกล้วยไม้ไทยพันธ์ต่างๆ 
 ที่สวยงามมีชื่อเรียกมากมาย  ถ้าไม่ใช่คนที่เคยปลูกเลี้ยง 
 หรือคนที่ใจรักจริงๆมักจะจำชื่อได้ยาก  เป็นเพราะผู้ปลูกเลี้ยง
 หรือนักปรับปรุง บำรุงพันธ์  สามารถพัฒนาสายพันธ์ให้มีสีสัน
สดสวย แปลกตาไปได้เรื่อยๆ ตามจินตนาการของผู้ปรับปรุงสายพันธ์ 
 และตั้งชื่อเรียกขานกันขึ้นมาใหม่

ช้างแดง
เฮียใหญ่เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารหลายฉบับ และเคยเล่าให้พวกเราฟังหลายครั้งว่า
"คนเห็นกล้วยไม้ตามร้านที่ขายออกดอกสวยก็ซื้อไปปลูก มาใหม่ๆขยันรดน้ำ 
 อยู่ไปดอกเริ่มโรย ก็เริ่มรดบ้างไม่รดบ้าง นานเข้าก็เฉาตาย ก็จะบ่นว่ากล้วยไม้เลี้ยงยาก"
เอ.....อีหนูนี่....ช้างกระ..หรือช้างพลายน้อ!..(มั่วอีกแล้วป้าส้ม)
เฮียก็เลยฝากมาบอกพวกเราถ้าอยากเลี้ยงกล้วยไม้  ให้เสียเวลาศึกษาสักนิด 
ดูพื้นฐานของกล้วยไม้แต่ละสกุล ชนิด สายพันธุ์ สายเลือด
ว่าต้นทางเจริญเติบโตขึ้นอยู่ที่ภูมิภาคใด  มีบรรยากาศแบบไหน 
เมื่อนำมาปลูกเลี้ยงแล้ว จะเป็นอย่างไรที่บ้านเรา แม้กระทั่งโรงเรือน
หรือสถานที่เรานำมาแขวนโชว์หรือเลี้ยงเขานั่น เหมาะสมกับเขาหรือเปล่า

ตลาดน้ำอัมพวา

          ตลาดน้ำอัมพวาจะมีทุกวันศุกร วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ที่หยุดต่อเนื่อง แต่เวลา 13.00-22.00 น.
ตลาดน้ำโดยทั่วไปมักจะจัดขึ้นในเวลากลางวัน แต่ตลาดน้ำยามเย็น ที่อัมพวาแห่งนี้ จะจัดขึ้นในช่วงงเวลาเย็นเรื่อยไปจนถึงเวลาพลบค่ำ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย ที่จัดในลักษณะเช่นนี้ ในตอนเย็นชาวบ้านจะเริ่มทยอยพายเรือนำสินค้าหลากหลายนานาชนิด อาทิ อาหาร ผลไม้ พืชผัก ขนม ของกินของใช้ มาขายให้กับนักท่องเที่ยว หรือคนในท้องถิ่นที่สัญจรไปมาที่ตลาดอัมพวา ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติของชีวิตของชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถที่จะหาซื้ออาหารมานั่งรับประทาน บริเวณริมคลองอัมพวาติดกับตลาดน้ำ ซึ่งได้มีการจัดสถานที่ไว้ ทำให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ที่มา   http://www.maeklongtoday.com/tour/floatingmarket.php